วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

กิจกรรมการเรียนรู้ที่ 1 การสร้างความเท่าเทียมและความเป็นธรรมในสังคม


ผลการเรียนรู้
1.       มีรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเป็นพลเมืองโลก การแก้ปัญหาความขัดแย้ง ความเป็นธรรมในสังคม ค่านิยมและสภาพการณ์ การพัฒนาที่ยั่งยืน สิทธิมนุษย์ชน การพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน และความหลากหลาย
2.       คิดวิเคราะห์เกี่ยวกับสถานการณ์ ความจริงใกล้ตัว และสถานการณ์โลกปัจจุบัน
3.       เลือกประเด็นและเชื่อมโยงเรื่องราวที่เฉพาะเจาะจง และสัมพันธ์กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระดับท้องถิ่นกับระดับโลกในภาพกว้าง
ความคิดรวบยอด
บทบาทและส่วนร่วมในการสร้างความเท่าเทียมและความเป็นธรรมในสังคม
กิจกรรม
1.       แนวคิดเกี่ยวกับความความเท่าเทียมกันในสังคม

 ในยุคปัจจุบันที่สังคมโลกต่างให้ความสำคัญกับกระแสสิทธิมนุษยชนและกระแสประชาธิปไตย คนทุกคนมีสิทธิได้รับความเป็นธรรมในสิทธิที่ตนเองควรจะได้รับ ตั้งแต่แรกเกิดคือสิทธิที่จะต้องอยู่รอด สิทธิในการได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย และสิทธิที่จะได้รับการศึกษาและฝึกอบรมที่สอดคล้องกับสภาพวิวัฒนาการของสังคมเศรษฐกิจใหม่ที่เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ที่ความรู้คืออำนาจ การเรียนรู้จึงกลายเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและมีความจำเป็นต่อคนทุกคนอย่างทวีคูณ ผู้ที่เข้าถึงความรู้ได้มากกว่าจึงได้เปรียบคนที่เข้าถึงความรู้ได้น้อยกว่า ผู้คนทั่วโลกมีความต้องการการศึกษามากยิ่งขึ้น ดังจะเห็นได้จากการประชุมการศึกษาโลกที่เมืองดาการ์ ประเทศเซเนกัล เมื่อ พ.ศ. 2543 ที่ผ่านมา ได้มีการกำหนดแนวทางการปฏิรูปการศึกษา โดยมีการเสนอจุดหมายหรือหลักชัย (Goals) 6 ข้อ ซึ่งจุดหมายทั้งสามข้อใน 6 ข้อนั้น ได้ชี้ให้เห็นว่าประเด็นในเรื่องความเสมอภาคทางการศึกษาเป็นประเด็นที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก 
          ก่อนที่เราจะทำให้บรรลุเป้าหมายเรื่องการเสมอภาคทางการศึกษานั้น การมีความเข้าใจแนวคิดเรื่องความเสมอภาคทางการศึกษาที่ตรงกันเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ในบทความนี้ผมขอเสนอแนวคิดเกี่ยวกับความเสมอภาคทางการศึกษา เพื่อเป็นฐานในการสร้างความเข้าใจในการบริหารจัดการศึกษาทั้งในภาพรวมระดับประเทศ 
และระดับสถานศึกษา 


2.       หลักการของความเป็นธรรมในสังคม

เพื่อนหลายสาขาอาชีพได้แสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง ในเรื่องความเป็นธรรมในสังคมการทำงาน หลากหลายความคิดเห็นเหล่านั้น ส่วนใหญ่มีความคิดสอดคล้องกัน ที่รวบรวมนำเสนอนี้เป็นเพียงบางส่วนหนึ่งเพื่อรับรู้ว่าในอีกฟากหนึ่งของสังคมเขาคิดอย่างไรกัน
"เมื่อบุคคลหลายคนในหน่วยงานใดร่วมกันกระทำบางสิ่งบางอย่างอันขัดกับมโนธรรม หรือความยุติธรรม หาประโยชน์เพื่อตนเอง หรือผู้อื่น เกื้อหนุนพวกพ้องเดียวกัน พยายามหาช่องทางให้ผู้มีอำนาจแสวงหาประโยชน์เพื่อตนเองหรือผู้อื่นไม่ว่าจะในด้านผลประโยชน์ที่เกี่ยวกับการเงิน หรือทางด้านบุคลากร โดยไม่มองถึงความเป็นธรรมหรือหลักการที่ถูกต้อง คนเหล่านี้เมื่อรวมกันเข้าจะกลายเป็นกลุ่มบุคคลที่น่าสะพึงกลัว
เขาคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เขาไม่ได้เสแสร้ง แต่มันเป็นเบื้องลึกของจิตใจเขาจริง ๆ เขาเห็นว่าการสร้างช่องทางให้ผู้มีอำนาจได้ใช้ประโยชน์ส่วนตนจากกระบวนการต่าง ๆ เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ผู้ที่คิดต่างกับพวกเขาแม้จะคิดในแนวทางที่ชอบธรรม ก็จะกลายเป็นคนที่คิดผิด ทำผิด ไม่ว่าท่านจะถูกต้องเป็นธรรมเพียงใดก็ตาม เนื่องจากความเป็นธรรมของพวกเขา คือผลประโยชน์ ผลตอบแทน ตำแหน่งหน้าที่ บำเหน็จความดีความชอบ ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ซึ่งก็ดูจะเป็นธรรมสำหรับพวกเขา หากว่าสิ่งที่เขากระทำนั้นอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง ความเสมอภาคทางสังคม ไม่ใช่ทำเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มบุคคลใด
การแสวงหาแนวทางที่เอื้อประโยชน์ให้กับผู้มีอำนาจ จะเป็นหลักการสำคัญของคนกลุ่มนี้ เขาไม่เคยเสียเวลาเหลียวคิดแม้เพียงน้อยนิดที่จะรับรู้ถึงหลักความเป็นธรรมของสังคม ไม่ต้องการรับรู้ว่ามนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกัน บุคคลในองค์กรพึงได้รับความเสมอภาคเท่าเทียมกัน ผู้มีอำนาจไม่สมควรที่จะได้รับอภิสิทธิ์อันไม่ชอบธรรมเหนือผู้ใด เพราะกิจการงานขององค์กร หาใช่กิจกรรมในครอบครัว กลุ่มบุคคลเหล่านี้อาจไม่เคยเหลียวมอง ความถูกต้องที่สังคมโลกกำลังสร้างสรรจรรโลงให้เกิดขึ้นในทุกภูมิภาค
กติกาของสังคมที่ถูกสร้างขึ้นในทุกวันนี้ก็เพื่อป้องกันการใช้อำนาจการแสวงหาประโยชน์อันมิชอบของผู้มีอำนาจ จะเห็นได้ตั้งแต่กฏบัตรสหประชาชาติ มาจนกฏหมายรัฐธรรมนูญ ของประเทศ ที่พยายามเขียนปิดช่องโหว่ไม่ให้ผู้มีอำนาจได้แสวงหาประโยชน์ส่วนตนจากช่องว่างที่อาจเปิดอยู่ แต่ดูเหมือนว่า ความจริงของสังคมหลายแห่งยังมีผู้กลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่งมีความคิดสวนทางกับหลักการดังกล่าว เขาพยายามร่วมมือกันหาช่องทางให้ผู้มีอำนาจ อย่างน่าละอายและดูเหมือนว่าการกระทำเหล่านั้นเขาเห็นว่านั่นคือความรู้ความสามารถที่บุคคลอื่นไม่พึงมี ถามว่าเพื่ออะไร คำตอบคือ เขาเหล่านั้นต้องการ ผลประโยชน์ตอบแทนทางตำแหน่งหน้าที่ ความก้าวหน้า ความดีความชอบเป็นบำเหน็จรางวัล อันจะทำให้เขาใช้บำรุงบำเรอชีวิต ประหนึ่งสุนัขไล่งับเศษกระดูกที่มีผู้โยนให้แทะจนบางครั้งถึงกับต้องทะเลาะหรือแว้งใส่กันเอง  และบางทีอาจเกิดจากความกลัวว่าจะไม่ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน กลัวจะไม่ได้พิจารณาความดีความชอบอันเป็นธรรม
นั่นย่อมเห็นได้ว่าเขาเกรงว่าเขาจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้มีอำนาจ เขาจึงโยนความไม่เป็นธรรมเหล่านั้นไปให้ผู้อื่นหรือสังคม แล้วเขาเหล่านั้นคิดว่าสิ่งที่เขาได้รับนั้นคือความเป็นธรรมนั่นเอง……….ความผูกพันธ์อันดีงามของมนุษยชาติถูกทำลายไปในที่สุด ความเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง ถูกทำลายลงทีละน้อยและหมดสิ้นไป นับวันคนเหล่านี้จะเพิ่มมากขึ้นในแต่ละองค์กร เพราะความต้องการเศษเนื้อติดกระดูกที่ถูกยื่นให้ ศักดิ์ศรีความเป็นคนจึงถูกย่ำยีลง ……………………………..
อ่านจบลองเหลียวไปมองดู สังคมในองค์กรของคุณล่ะเป็นแบบไหน

3.       วิเคราะห์เกี่ยวกับสถานการณ์ ความจริงใกล้ตัวและสถานการณ์ปัจจุบัน

การขาดความเป็นธรรมเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดของประเทศไทย
     2."ช่องว่าง"    ภาพมหาภาคของความไม่เป็นธรรม   ช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวย  หรือระหว่างคนข้างล่างกับคนข้างบน  คือ  ภาพสะท้อนมหภาคของความไม่เป็นธรรม  เราเป็นคนเหมือนกันควรจะมีศักดิ์ศรีและคุณค่าของความเป็นคนเหมือนกัน   แต่ทำไมจึงแตกต่างกันมากเหลือเกินระหว่างคนข้างล่างที่ปากกัดตีนถีบไม่พอที่จะเลี้ยงลูก  กับคนข้างบนที่อาจมีรายได้เป็นล้านๆ  บาทต่อเดือน  เรามีปัญหาความไม่เป็นธรรมทุกด้าน  ทั้งทางเศรษฐกิจ  ทางสังคม  ทางกฎหมายและการเข้าถึงทรัพยากร  เรารู้หรือไม่ว่ากฎหมายและการประยุกต์ใช้กฎหมายมีอคติต่อคนจน  ความขัดแย้งทั่วแผ่นดินเกิดจากการแย่งชิงทรัพยากรที่รัฐไม่อำนวยความเป็นธรรม
     3.ตัวอย่างและรายละเอียดบางประการของความไม่เป็นธรรม-ความไม่เป็นธรรมมีอยู่ในทุกเรื่อง  แต่เราอาจจะไม่เห็นเพราะความซับซ้อนของมัน  อย่างเรื่องระบบบริการสุขภาพที่เรามีโครงสร้างค่อนข้างทั่วถึง  แต่ถ้าเอาเรื่อง  "ช่องว่าง"  เข้ามาจับก็จะเห็นความไม่เป็นธรรม  เช่น  ลูกคนจนยังตายมากกว่าคนรวยถึง  3  เท่า  คนจนตายจากเรื่องที่ไม่ควรตายมากกว่าคนรวยเรียกว่าความตายที่ไม่เป็นธรรม  การค้าเสรีและนโยบาย  Medical  Hub  ที่ดึงเอาคนต่างชาติเข้ามารับบริการในเมืองไทยทำให้คนพวกหนึ่งร่ำรวยขึ้น  แต่มันได้ดึงแพทย์และพยาบาลออกมาจากการบริการคนจนในชนบท 
ภายใต้สิทธิธรรมของการค้าเสรีที่อนุญาตให้ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ทุนหนาเข้าไปตั้งในชุมชนได้ทำลายอาชีพของรายเล็กรายน้อยในชุมชนนั้นไม่เป็นจำนวนมากกว่าจำนวนคนที่จ้างงานในศูนย์การค้าขนาดใหญ่  ตามชายฝั่ง  เช่น  ที่จังหวัดตรัง  จังหวัดปัตตานี  ชาวประมงที่ยากจนเคยหาเลี้ยงชีพด้วยการจับสัตว์น้ำ  แต่เมื่อนายทุนเอาเรือขนาดใหญ่พร้อมทั้งอวนลากที่ใช้เครื่องจักรมาลากกวาดเอาทุกสิ่งทุกอย่างไปสร้างความร่ำรวย  ทั้งๆ  ที่ผิดกฎหมาย  คนจนหมดอาชีพลง  ไปร้องเรียนต่อรัฐก็ไม่ได้ผล  ความไม่เป็นธรรมสะสมความแค้นไว้ในจิตใจของผู้คนจนปะทุออกมาเป็นความรุนแรงก็มี  การใช้ทรัพยากรอย่างไม่เป็นธรรมคือสาเหตุของความขัดแย้งใหญ่ในบ้านเมือง  รวมทั้งความขัดแย้งทางการเมือง
    

4.       ประเด็นและเชื่อมโยงเรื่องราวที่เฉพาะเจาะจง และสัมพันธ์กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระดับท้องถิ่นกับระดับโลกในภาพกว้าง


    ลองจับเรื่องอะไรก็จะเห็นความไม่เป็นธรรมในเรื่องนั้นทั่วไปหมด  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องตำรวจ  เรื่องการศึกษา  เรื่องการสื่อสารหรือเรื่องการพัฒนา  การพัฒนาในช่วง  50  ปีที่ผ่านมาทำให้ช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวยถ่างมากขึ้น  (ไปดูตัวเลขของสภาพัฒน์ได้)  เพราะการพัฒนาที่ผ่านมาโดยสรุปคือ  การไปเปลี่ยนทรัพยากรต่างๆ  ที่เป็นประโยชน์ต่อคนข้างล่างทั้งหมดให้มาเป็นเงินของคนส่วนน้อย  ช่องว่างที่ถ่างมากขึ้นนำไปสู่ปัญหาต่างๆ  ทั้งทางเศรษฐกิจ  จิตใจ  สังคม  สิ่งแวดล้อม  และการเมือง  โดยสรุป  วิกฤตการณ์เกิดจากการขาดความเป็นธรรมของการพัฒนา
     รัฐประสบความล้มเหลวในการสร้างความเป็นธรรม   หรือเป็นตัวการให้ขาดความเป็นธรรม  เพราะการขาดธรรมาภิบาลภาครัฐ  ถ้าคณะกรรมการขององค์กรขาดธรรมาภิบาลเกิดอะไรขึ้น  เราจะมองเห็นภาพไม่ยาก  ถ้าบอร์ดการบินไทยขาดธรรมาภิบาลจะเกิดอะไรขึ้น  ถ้าบอร์ดธนาคารแห่งประเทศไทยขาดธรรมาภิบาลจะเกิดอะไรขึ้น  ถ้าบอร์ดของรัฐวิสาหกิจอื่นๆ  ขาดธรรมาภิบาลจะเกิดอะไรขึ้น  ยิ่งกว่านั้นถ้าการเมืองการปกครองขาดธรรมาภิบาล  ประเทศมิล่มสลายหรือ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น